Showing posts with label Introduce. Show all posts
Showing posts with label Introduce. Show all posts

Friday, February 20, 2009

The Optimum Forming Temperature of Transformable Austenitic Stainless Steels

C.P.Linitsanos.และ P.F.Thomaon.ศึกษาพฤติกรรมการเปลี่ยนรูปถาวรของเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติก ผลกระทบของสภาวะความเค้นในการเปลี่ยนแปลงเฟสของเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติก ซึ่งจะทำให้ทราบถึงองค์ประกอบที่เหมาะสมในการขึ้นรูปโลหะแผ่น ตัวแปรที่ส่งผลต่อความแข็งแรงและความเหนียวของเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติกโดยตรงคือการเปลี่ยนแปลงเฟสจากออสเทนไนท์เป็นมาร์เทนไซด์ การเปลี่ยนแปลงเฟสนี้ขึ้นอยู่กับส่วนผสม อัตราความเครียด และอุณหภูมิ จากการศึกษาพบว่าอุณหภูมิทำให้เปอร์เซ็นต์การยืดตัวสูงสุดคืออุณหภูมิ 52.0 องศาเซลเซียล ในการรับภาระกรรมแบบแนวแกนด้วยการทดสอบการดึงแต่ความแตกต่างของสภาวะความเค้นที่เกิดขึ้นบนโลหะแผ่นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเฟส จากออสเทนไนท์เป็นมาร์เทนไซด์โดยเมื่อทำการทดสอบคึงสองแนวแกนพบว่าอุณหภูมิที่ให้เปอร์เซ็นต์การยืดตัวสูงสุดคือ 62.0 องศาเซลเซียสซึ่งน่าจะเป็นผลที่น่าพอใจที่จะนำไปพิจารณา ร่วมกับกระบวนการขึ้นรูปเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติกด้วยการทดสอบแบบ Swift cup test โดยการแบ่งอุณหภูมิในการศึกษาจาก 31.0 องศาเซลเซียส ถึง 90.0 องศาเซลเซียสออกเป็น 7 ระดับ พบว่าที่อุณหภูมิ 62 .0 องศาเซลเซียสสามารถเพิ่มสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปได้ โดยอุณหภูมิระดับอื่นไม่สามารถทำได้ แสดงว่าอุณหภูมิและสภาวะความเค้นที่เกิดขึ้นบนเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติกมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเฟสจากออสเตนไนท์เป็นมาร์เทนไซด์ส่งผลโดยตรงต่อ พฤติกรรมการเปลี่ยนรูปถาวรในการขึ้นรูปโลหะแผ่น

Effect of Multi-Axial Loading Part On Limiting Drawing Ratio

Eiji Sata. ,Sagar,R.,Juneja,B.L.และ Liou,J.H. ศึกษาผลของการให้แรงแบบแนวแกนหลายครั้ง ต่อสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูป ในการลากขึ้นรูปกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 30 มม.โดยพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์ อัลฟ่าซึ่ง มีค่าดังนี้ซึ่งในการลากขึ้นรูปทั่วไปแล้วค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าไม่คงที่ตลอดระยะเคลื่อนที่ของพั๊นซ์ แต่ในงานวิจัยนี้จะทำการปรับค่าความเร็วของพั๊นซ์ เพื่อทำให้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าคงที่ตลอดการลากขึ้นรูป ในการทดลองลากขึ้นรูปกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 30 มม. วัสดุทดสอบคือ อลูมิเนียมA1100 - H มีความหนา 3.0 มม.ใช้โมลิบตินั้มไดส์ซัลไฟด์เป็นสารหล่อลื่น เมื่อทำการทดสอบลากขึ้นรูปทั่วไปจะได้สัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูป 2.20 แต่เมื่อทดสอบลากขึ้นรูปโดยควบคุมค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าให้คงที่ พบว่าค่าสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปเพิ่มขึ้นตามค่าสัมประสิทธิ์ โดยเริ่มทดลองจากค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าที่ 0.03 และสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปสูงสุดที่ค่า 3.4 เมื่อค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าเท่ากับ 0.1 เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างแรงและระยะทางในการลากขึ้นรูป โดยทำให้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าคงที่พบว่าช่วงกลางของเส้นโค้งของแรงลากขึ้นรูปแสดงค่าแรงมีลักษณะคล้ายคลื่นได้แสดงในรูปที่2.2 ซึ่งเป็นการให้แรงแบบแนวแกนหลายครั้ง ซึ่งสามารถเพิ่มขีดจำกัดการลากขึ้นรูปกล่องอลูมิเนียม A1100 - H ได้ถึง 55.00 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการลากขึ้นรูปแบบทั่วไป


รูปที่ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงลากขึ้นรูปกับระยะเคลื่อนที่ของพั๊นซ์เมื่อควบคุมค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าให้คงที่

Tuesday, February 17, 2009

Influence of the tool clearance in the cylindrical cup drawing process

Y.M.Huang และ J.W.Chen ทำการศึกษาผลของระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์ในการลากขึ้นรูปถ้วยกลม โดยได้นำเอาวิธี Updated Lagrangian Formulation มาใช้ช่วยพยากรณ์ผลการทดลอง เพื่อใช้เปรียบเทียบกับการทดลองจริง ในส่วนของการทดลองถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือศึกษาผลของระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์ต่อแรงในการลากขึ้นรูปถ้วยกลมและสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูป ระดับระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์ที่ทำการศึกษาคือ 1.04 1.15 และ 1.22 เท่าของความหนา ลากขึ้นรูปถ้วยกลมเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำBA-DDQ ความหนา 1.2 มม. และใช้น้ำมันขึ้นรูปทั่วไปและการเคลือบผิวด้วยสังกะสีเป็นสารหล่อลื่น จากการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์ต่อแรงในการลากขึ้นรูปพบว่าที่ระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์ที่ 1.05 และ 1.15 เท่าของความหนาให้แรงในการลากขึ้นรูปที่จุดสูงสุดเท่ากัน แสดงว่าระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์มีค่ามากเกินไปจะมีผลต่อการเพิ่มของแรงในการลากขึ้นรูป เมื่อศึกษาต่อไปโดยพิจารณาผลของสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูป พบว่ามีระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์ 1.15 เท่าของความหนาให้สัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปเพิ่มขึ้น โดยระยะช่วงว่างระหว่างดายและพันซ์ที่เหมาะสมจะช่วยลดแรงดึงที่ผนังถ้วยลดโอกาสในการฉีกขาด จึงสรุปได้ว่าระยะช่องว่างระหว่างดายและพั๊นซ์ มีผลต่อแรงในการลากขึ้นรูปและมีสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูป และถ้าใช้ระยะช่องว่างระหว่างดายและพันซ์ที่มีค่ามากจะเพิ่มแรงในการลากขึ้นรูปและลดสัดส่วนขีดจำกัดในการลากขึ้นรูป

The interaction of properties of stainless steel sheet its

M.Met และ R.Jackson แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคุณสมบัติของเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดแผ่นกับการนำมาขึ้นรูป เหล็กกล้าไร้สนิมชนิดแผ่นที่ทำมาศึกษาได้แก่ ชนิดออสเตนนิติก และชนิดเฟอร์ริติกเมื่อนำเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดแผ่นไปทดสอบหาคุณสมบัติทางกล เพื่อใช้เปรียบเทียบกับความสามารถในการขึ้นรูป พบว่าเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติก มีความแข็งแรงที่จุดคลากความแข็งแรงสูงสุด เปอร์เซ็นต์การยืดตัวและค่าสัมประสิทธิ์ความเครียดแข็งสูงก่วาเหล็กก้ลาไร้สนิมชนิดเฟอร์ริติกมีผลให้เหล็กก้ลาไร้สนิมชนิดออสเตนนิติกมีความสามารถในการขึ้นรูปได้ดีก่วาชนิดเฟอร์ริติก เมื่อศึกษาถึงส่วนผสมของเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติก เกรด AISI 302 พบว่าที่ปริมาณนิเกลที่ 8.80 เปอร์เซ็นต์จะให้เปอร์เซ็นต์การยืดตัวสูงสุดถึง 68.0เปอร์เซ็นต์ เมื่อปริมาณนิเกลเปลี่ยนไปเล็กน้อยทำให้เปอร์เซ็นต์การยืดตัวเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แสดงว่าปริมาณนิเกิลมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของเปอร์เซนต์การยืดตัวอย่างมาก นอกจากนี้ ยังแสดงผลของรัศมีดายและรัศมีพั๊นซ์ของการลากขึ้นรูปถ้วยกลมเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดออสเตนนิติกAISI 302 ต่อสัดส่วนลากขึ้นรูปสูงสุดในการทดลองใช้เหล็กกล้าไร้สนิมมีความหนา 1.20 มม. ทำการเปลี่ยนระดับรัศมีดาย 4 ถึง 12 เท่าของความหนาและรัศมีพั๊นซ์ 2 ถึง 8 เท่าของความหนา ซึ่งผลจากการทดลองพบว่ารัศมีพั๊นซ์มีผลต่อสัดส่วนลากขึ้นรูปน้อยมาก โดยผลของ 4 ถึง 8 เท่าของความหนาให้ผลต่อสัดส่วนลากขึ้นรูปเท่ากัน แต่สูงกว่าที่ 2 เท่าของความหนา ส่วนอิทธิผลรัศมีดายมีผลต่อสัดส่วนลากขึ้นรูปอย่างมาก รัศมีที่ศึกษาและให้สัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปสูงสุด (LDR = 2.32) คือ 12 เท่าของความหนา

Investigation of the influence of various parameters on the deep drawing quality of sheet metals

K.Lange. และ R.Daiheimer. ทำการศึกษาถึงตัวแปรต่างๆ ต่อคุณภาพงานลากขึ้นรูปโลหะแผ่นโดยให้สังเกตจากแรงของการลากขึ้นรูป ความเรียบของผิวงานหลังลากขึ้นรูปและสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูป และได้แบ่งขั้นตอนการศึกษาออกเป็นสองขั้นตอน คือ ศึกษาตัวแปรด้วยการลากขึ้นรูปถ้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 มม. และศึกษาตัวแปรจากเครื่องมือของ Reihle. เครื่องมือของ Guyot.และเครื่องมือของ Wiegand.และ Kloos.เครื่องมือทั้ง 3 ชิ้นเป็นเครื่องมือจำลองของกระบวนการลากขึ้นรูป ในที่นี้จะกล่าวผลการศึกษาตัวแปรด้วยการลากขึ้นรูปถ้วยทองเหลือง ตัวแปรที่ถูกเลือกมาทำการศึกษาคือ ชนิดของสารหล่อลื่นและขนาดของเกรนซึ่งพบว่าตัวแปรทั้งสองมีผลต่อการเพิ่มสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปน้อยมาก สารหล่อลื่นที่ใช้ในงานลากขึ้นรูปจะช่วยลดแรงเสียดทานทำให้ลดแรงในการลากขึ้นรูปได้อย่างมาก ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปได้โดยทางอ้อม ขนาดเกรนของโลหะแผ่นมีผลอย่างมากต่อความเรียบผิวของชิ้นงานจากการลากขึ้นรูป โดยโลหะแผ่นที่มีขนาดเกรนเล็กจะให้ความเรียบผิวของชิ้นงานสูงกว่าโลหะแผ่นที่มีขนาดเกรนที่โตกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อลากขึ้นรูปที่สัดส่วนขีดจำกัดสูงขึ้นจะทำให้ความเรียบผิวของชิ้นงานลดลงด้วย

Monday, February 16, 2009

Instability Modes In Deep Drawing

P.Ng และ Chakrabarty, j. ทำการศึกษาผลของคุณสมบัติของโลหะแผ่นร่วมกับองค์ประกอบของความเสียดทานต่อ สัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปและแรงของการลากขึ้นรูปถ้วย โลหะแผ่นที่ถูกเลือกเพื่อศึกษาคุณสมบัติ ได้แก่ อลูมิเนียม ทองเหลืองและเหล็กกล้าอลูมิเนียมต่ำ (Aluminum Killed Steel) พบว่าค่าเฉลี่ยของสัดส่วนความเครียดเปลี่ยนรูปถาวรของโลหะแผ่นจะแปรผันตรง กับสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปกรณีขององค์ประกอบของความเสียดทานผู้ทำ วิจัยได้แบ่งองค์ประกอบออกเป็น 3 ส่วน คือ

ชนิดของสารหล่อลื่น

จุดที่ทาสารหล่อลื่นแ

ความเรียบของผิวพั๊นซ์

พบว่า องค์ประกอบของความเสียดทานมีผลต่อสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปและแรง ในการลากขึ้นรูปถ้วย องค์ประกอบความเสียดทานที่ดีที่สุดในการทดลองนี้ก็คือการใช้แผ่นโพลีเตตะฟลู โอโลอีททีลีน ( Polytetrafluoroethylene film) ปกคลุมบนดายและแผ่นกด ยกเว้นพื้นที่ผิวของพั๊นซ์และใช้พั๊นซ์ที่พิมพ์ลายบนรัศมีพั๊นซ์เพื่อเพิ่ม สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน โดยสัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปที่ดีที่สุด คือการลากขึ้นรูปเหล็กกล้าอลูมิเนียมต่ำ ได้สัดส่วนขีดจำกัดการลากขึ้นรูปถึง 2.67 นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการเกิดแรงในการลากขึ้นรูปในระดับต่ำกว่า องค์ประกอบความเสียดทานอื่นๆ

Classification Of Sheet Forming Operation

R. M.Hobbs. ได้แบ่งตัวแปรที่มีผลต่อการขึ้นรูปโลหะแผ่นออกเป็นสองกลุ่มตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นในงานวิจัยได้มุ่งเน้นศึกษาตัวแปรที่เกิดจากชุดแม่พิมพ์เป็นหลักด้วยเหตุที่ว่าตัวแปรหลักอื่นๆ เช่น คุณสมบัติของโลหะแผ่น หรือสารหล่อลื่น ซึ่งตัวแปรเหล่านั้นยากต่อการแก้ไข ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์ ถ้ามีความต้องการเฉพาะเจาะจงจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้แผ่นเปล่าเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่สำคัญมากในการขึ้นรูปของโลหะแผ่นและได้มีการศึกษาและทำงานวิจัยไว้บ้างแล้ว คุณสมบัติของโลหะแผ่นและรูปร่างของชิ้นงานที่มีผลต่อขนาดและรูปร่างของแผ่นเปล่าจนได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจมากไว้พอสมควรแล้ว ในงานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นทำการศึกษาตัวแปรที่เกิดจากชุดแม่พิมพ์ลากขึ้นรูปถ้วยกลม โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความสามารถในการลากขึ้นรูป ตัวแปรในงานลากขึ้นรูปได้มีผู้ทำงานวิจัยไว้พอสมควรแล้วซึ่งจะกล่าวต่อไป แต่ตัวแปรความลาดเอียงของแผ่นกดยังไม่มีการศึกษาอย่างจริงจังใน Metal handbook vol. 14 ได้กล่าวถึงลักษณะแผ่นกดรูปกรวยในรูปที่ 1 () เพื่อลดพื้นที่สัมผัสบริเวณรัศมีของดายให้น้อยลง ซึ่งจะมีผลต่อแรงในการลากขึ้นรูปให้น้อยลง

รูปแสดงแม่พิมพ์ลากขึ้นรูป () แม่พิมพ์ทั่วไป () แม่พิมพ์แผ่นกดและดายเป็นกรวย () แม่พิมพ์ในงานวิจัย